ถ้อยแถลงร่วมระหว่างประธาน ICRC และ IFRC เนื่องในวันกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงสากล

ถ้อยแถลงร่วมระหว่างประธาน ICRC และ IFRC เนื่องในวันกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงสากล

, News

ในวาระวันกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงสากลปีนี้ พวกเราขอไว้อาลัยแด่เพื่อนร่วมงานที่ถูกคร่าชีวิตอย่างโหดร้ายขณะปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือชีวิตผู้คน การสูญเสียนี้มิควรจบลงด้วยเพียงถ้อยคำแสดงความโกรธเคืองที่ไร้ผล แต่ต้องนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ประชาคมโลกไม่อาจเพิกเฉยต่อการละเมิดกฎแห่งสงครามและการจงใจมุ่งเป้าโจมตีเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ การโจมตีบุคลากรเหล่านี้ในแต่ละครั้งมิเพียงแต่เป็นการทำร้ายชุมชนที่พวกเขาให้ความช่วยเหลือ แต่ยังเป็นการทรยศต่อกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองพลเรือนและบรรเทาความทุกข์ในความขัดแย้ง เหตุการณ์สังหารเพื่อนร่วมงานของเราจากสภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์อย่างโหดเหี้ยมเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดเสียงประณามไปทั่วโลก ทว่าโศกนาฏกรรมเช่นนี้มิได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว จากฉนวนกาซาถึงซูดาน ยูเครน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และพื้นที่อื่นๆ เพื่อนร่วมงานของเรากำลังเผชิญอันตรายจากการโจมตีในขณะปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการขับรถพยาบาล การนำส่งความช่วยเหลือ หรือการเข้าถึงชุมชนตามแนวปะทะที่ต้องการความช่วยเหลือ นับตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา เราได้สูญเสียเพื่อนร่วมงานไปแล้วถึง 10 ราย ต่อเนื่องจากปี ...
การดำเนินงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) สำนักงานภูมิภาคกรุงเทพฯ ประจำปี 2567

การดำเนินงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) สำนักงานภูมิภาคกรุงเทพฯ ประจำปี 2567

, E-Book / บทความ

คณะกรรมการกาชาดระหว่่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) ดำเนินงานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานกว่า 50 ปี โดยจัดตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้แห่งแรกขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ.2516 ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 จึงได้จัดตั้งสำนักงานขึ้นที่กรุงเทพฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามอินโดจีน จากนั้นในระหว่างปี พ.ศ. 2536 ถึง 2543 สำนักงานที่กรุงเทพฯ ได้ขยายขอบเขตภารกิจเพื่อตอบสนองความต้องการด้านมนุษยธรรมในประเทศกัมพูชา ลาว และเวียดนาม โดยดำเนินการภายใต้ความร่วมมือกับสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงของแต่ละประเทศ ...
ประเทศเมียนมา – ไอซีอาร์ซีเรียกร้องให้มีการตัดสินใจที่กล้าหาญเพื่อบรรเทาความทุกข์ของชุมชน

ประเทศเมียนมา – ไอซีอาร์ซีเรียกร้องให้มีการตัดสินใจที่กล้าหาญเพื่อบรรเทาความทุกข์ของชุมชน

, News / ไทย

นครเจนีวา/กรุงย่างกุ้ง – หนึ่งสัปดาห์หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ในเมียนมา คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายละทิ้งความขัดแย้งและเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดได้มากขึ้น ประเทศเมียนมาต้องการให้ประชาคมโลกยืนหยัดเคียงข้างและให้การสนับสนุนในยามที่ต้องประสบกับความยากลำบากนี้ และคู่พิพาทในความขัดแย้งก็จะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ นาย เรจิส ซาวิโอซ์ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของไอซีอาร์ซี กล่าวว่า “แผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงและผลกระทบมหาศาลที่เกิดขึ้น ควรเป็นแรงผลักดันให้คู่พิพาทหันหน้ามาตกลงร่วมกันในแนวทางที่จะนำมาซึ่งการบรรเทาความทุกข์แก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงจากความขัดแย้งและความรุนแรงที่ยาวนานเป็นเวลาหลายปี แน่นอนว่าการประกาศหยุดยิงระยะสั้นนั้นเป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว แต่ระยะเวลาหยุดยิงควรจะต้องขยายออกไปอีก” ก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ผู้คนเกือบ 20 ล้านคนต้องพึ่งพาความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอันเป็นผลมาจากความขัดแย้งและความรุนแรงที่มีมาก่อนแล้ว ...
การสร้างวัฒนธรรมในการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

การสร้างวัฒนธรรมในการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

, บทความ

นับตั้งแต่รายงานฉบับแรกว่าด้วยกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศกับความท้าทายในการขัดกันทางอาวุธร่วมสมัย คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่าความท้าทายสำคัญที่สุดเพียงประการเดียวของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศคือการที่ตัวกฎหมายเองไม่ได้รับการเคารพ ในแต่ละวัน เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศได้เป็นประจักษ์พยานถึงความทุกข์ทรมาน ความเสียหาย และความโหดร้ายอันเกินจะพรรณนา อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับพลเรือนอีกจำนวนมากที่ยังต้องการความช่วยเหลือ แม้ว่าสงครามทุกครั้งจะนำมาซึ่งการสูญเสียชีวิต การพลัดพรากของครอบครัว และการทำลายวิถีชีวิต แต่ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดบางอย่างสามารถหลีกเลี่ยงได้ หากมีการปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งคู่พิพาทในการขัดกันทางอาวุธมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องจัดการกับความท้าทายนี้ รัฐมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากรัฐมีอำนาจในการเจรจาจัดทำข้อตกลงที่กำหนดข้อจำกัดในการทำสงครามและตกลงที่จะผูกพันทางกฎหมายโดยการให้สัตยาบันหรือภาคยานุวัติข้อตกลงนั้น[1] รัฐเป็นฝ่ายที่ดำเนินการผนวกกฎเกณฑ์แห่งกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและบรรทัดฐานอื่น ๆ ไว้ในกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติภายในประเทศ รัฐยังต้องดำเนินการให้กองทัพมีความรู้และได้รับการอบรมเกี่ยวกับกฎหมายและอยู่ภายใต้ระบบทางวินัยที่เข้มงวด รัฐมีอำนาจตรากฎหมายอาญาและกระบวนการยุติธรรมที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำการละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ ...
อิสราเอลและดินแดนยึดครอง – หลายครอบครัวได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้งหลังไอซีอาร์ซีบรรลุภารกิจในปฏิบัติการปล่อยตัวประกันครั้งที่สาม

อิสราเอลและดินแดนยึดครอง – หลายครอบครัวได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้งหลังไอซีอาร์ซีบรรลุภารกิจในปฏิบัติการปล่อยตัวประกันครั้งที่สาม

, News

นครเจนีวา – เมื่อวานนี้ (30 มกราคม) คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือไอซีอาร์ซี (International Committee of the Red Cross – ICRC) ได้ช่วยอำนวยความสะดวกในปฏิบัติการปล่อยตัวประกันครั้งที่สาม ช่วยให้ครอบครัวอีกมากได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง นาง มีรยานา สปอลจาริก ประธานไอซีอาร์ซี กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกโล่งใจมากที่ผู้ได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านอย่างปลอดภัยมีจำนวนมากขึ้น ...
การคุ้มครองและอำนวยความสะดวกแก่ภารกิจด้านมนุษยธรรมที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดในบริบทความขัดแย้งที่เปลี่ยนแปลง

การคุ้มครองและอำนวยความสะดวกแก่ภารกิจด้านมนุษยธรรมที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดในบริบทความขัดแย้งที่เปลี่ยนแปลง

, บทความ

องค์การสหประชาชาติประเมินว่าใน ค.ศ. 2024 มีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและความคุ้มครองด้านมนุษยธรรมมากกว่า 300 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากจำนวน 130 ล้านคนใน ค.ศ. 2019 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่น่าตกใจนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานการณ์จริง เพราะยังไม่รวมถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอื่น ๆ เช่น การช่วยเหลือผู้ถูกลิดรอนเสรีภาพให้สามารถติดต่อกับครอบครัว ซึ่งต้องดำเนินการโดยองค์กรด้านมนุษยธรรมที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและปฏิบัติงานข้ามแนวรบได้ รวมถึงการติดตามหาสมาชิกในครอบครัวที่สูญหาย ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากอาสาสมัครด้านมนุษยธรรม ตลอดจนการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและการย้ำเตือนพันธกรณีทางกฎหมายแก่คู่พิพาท ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญขององค์กรด้านมนุษยธรรมอย่างคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ อย่างไรก็ดี ...
การปรับใช้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสงคราม

การปรับใช้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสงคราม

, บทความ

ทุกวันนี้ พลเรือนทั่วโลกต่างพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน รวมไปถึงปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และโครงสร้างพื้นฐานบนอวกาศ ในขณะเดียวกัน ภาคีคู่พิพาทในการขัดกันทางอาวุธก็ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ในทางทหารด้วย หลายปีก่อนหน้านี้ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสงคราม รวมถึงการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการตัดสินใจทางทหาร ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความเป็นจริงอยู่มาก แต่ในปัจจุบันสถานการณ์ไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการพึ่งพาระบบอาวุธที่มีความอิสระในระดับต่าง ๆ และระบบที่อาศัยปัญญาประดิษฐ์ในการตัดสินใจกำหนดเป้าหมายและวิธีการโจมตี อีกทั้งยังปรากฏแนวโน้มอันน่าเป็นห่วงในการขัดกันทางอาวุธปัจจุบัน ที่รัฐและฝ่ายที่ไม่ใช่รัฐใช้ปฏิบัติการไซเบอร์เพื่อขัดขวางโครงสร้างพื้นฐานที่กำกับดูแลเทคโนโลยีดิจิทัล บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และระบบเศรษฐกิจ รวมถึงการนำเครื่องมือสื่อสารแบบดิจิทัลมาใช้เพิ่มการเข้าถึง ความรวดเร็ว ...
การสร้างสมดุลโดยสุจริตระหว่างหลักมนุษยธรรมกับความจำเป็นทางทหารในการสู้รบ

การสร้างสมดุลโดยสุจริตระหว่างหลักมนุษยธรรมกับความจำเป็นทางทหารในการสู้รบ

, บทความ

ความทุกข์ทรมานและหายนะอันเกิดจากการขัดกันทางอาวุธในปัจจุบันนั้นรุนแรงมากจนแทบจะเกินคำบรรยาย ทั้งเมืองถูกทำลายราบคาบ โรงพยาบาลเหลือเพียงซากปรักหักพัง พลเรือนต้องดิ้นรนให้มีชีวิตรอดโดยปราศจากอาหาร น้ำ ไฟฟ้า หรือการดูแลทางการแพทย์ที่เพียงพอ ผู้คนได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพถาวร จิตใจบอบช้ำอย่างแสนสาหัส และถูกสังหาร การขัดกันทางอาวุธยังทำลายระบบนิเวศ และทำให้วิกฤตสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศทั่วโลกทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วมากขึ้น หลักการและกฎเกณฑ์แห่งกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศว่าด้วยการสู้รบมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองพลเรือนและวัตถุพลเรือนจากอันตรายของปฏิบัติการทางทหาร โดยการพยายามรักษาสมดุลระหว่างความจำเป็นในการบรรลุเป้าหมายทางทหารอันชอบด้วยกฎหมายกับการจำกัดการสูญเสียชีวิต ความทุกข์ทรมาน ​การบาดเจ็บ และการทำลายล้างอันจะเกิดขึ้นจากการขัดกันทางอาวุธ แต่หลักการและกฎเกณฑ์นี้กำลังเผชิญปัญหาจากการถูกตีความอย่างกว้างจนเกินไปซึ่งบ่อนทำลายสมดุลอันละเอียดอ่อนและเจตนารมณ์ดั้งเดิมในการรักษาชีวิต เลี่ยงความเสียหายแก่พลเรือน วัตถุพลเรือน ตลอดจนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ...
การยกระดับประสิทธิภาพในการคุ้มครองประชากรซึ่งตกอยู่ในมือของภาคีคู่พิพาทในการขัดกันทางอาวุธ

การยกระดับประสิทธิภาพในการคุ้มครองประชากรซึ่งตกอยู่ในมือของภาคีคู่พิพาทในการขัดกันทางอาวุธ

, บทความ

การขัดกันทางอาวุธสร้างความทุกข์ทรมานอันไม่อาจเลี่ยงได้ แม้ในสถานการณ์ความขัดแย้งซึ่งกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศได้รับการเคารพอย่างเคร่งครัดก็ยังมีบุคคลถูกคุมขังหรือถูกสังหาร บ่อยครั้งที่ผู้คนต้องพลัดพรากจากครอบครัวหรือสูญหายไปในการสู้รบ การสูญหายของผู้คนหลายพันสร้างความโกรธและทุกข์ทรมานอย่างยาวนานแก่บุคคลอันเป็นที่รัก ส่วนการพรากเด็กจากครอบครัวก็ก่อให้เกิดความเศร้าและความทุกข์ทรมานตามมาเช่นกัน ชุดกฎเกณฑ์ทั้งหลายที่ใช้คุ้มครองบุคคลผู้ได้รับผลกระทบจากการขัดกันทางอาวุธได้รับการพัฒนาขึ้นก็เพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายจากความขัดแย้งให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กฎเกณฑ์เหล่านี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าจำเป็นสำหรับการบรรเทาความทุกข์ทรมานและคุ้มครองบุคคลจากการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมหรือการถูกทำให้สูญหายในความขัดแย้ง ถึงกระนั้นก็ตาม กฎเกณฑ์เหล่านี้ได้เผชิญกับบททดสอบและข้อท้าทายมาโดยตลอด ข้อท้าทายบางอย่างมีที่มาจากการที่ภาคีคู่พิพาทในความขัดแย้งพยายามจำกัดขอบเขตความคุ้มครองให้พ้องกับการนำเสนอเรื่องราวที่มุ่งกีดกันไม่ให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลบางกลุ่มได้รับความคุ้มครอง ในบางครั้งจึงมีบุคคลที่ถูกคุมขังโดยไม่มีการให้เหตุผลหรือไม่มีกำหนดเวลา ในกรณีเช่นนี้ บุคคลดังกล่าวย่อมตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกปฏิบัติโดยไม่เหมาะสมหรือประสบความยากลำบากทางกายภาพ นอกจากนี้ยังมีข้อท้าทายอื่นอันเกิดขึ้นจากการที่ไม่มีการดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อบังคับใช้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและป้องกันมิให้มีการละเมิดกฎหมายเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น กล่าวโดยสรุปได้ว่า ยังขาดความพยายามที่เพียงพอในการพัฒนากฎหมาย ระบบและกระบวนการอันจำเป็นเพื่อให้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศสามารถใช้คุ้มครองบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องตีความพันธกรณีตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศโดยสุจริตและให้ความสำคัญกับการปรับใช้และปฏิบัติตามกฎหมายทั้งในเชิงนโยบายและกระบวนการภายใน เพื่อให้ความคุ้มครองภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศได้รับการฟื้นฟู ท้ายที่สุด การบังคับใช้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อคุ้มครองบุคคลจากอันตรายนั้นจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญสองประการ ...
ไอซีอาร์ซีเรียกร้องรัฐเคารพข้อห้ามตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

ไอซีอาร์ซีเรียกร้องรัฐเคารพข้อห้ามตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

, News / ไทย

สุนทรพจน์โดย จิลส์ คาร์บอนนิเยร์ รองประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) ในโอกาสการประชุมทบทวนอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 5 ณ จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 ฯพณฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ฯพณฯ ลี ทุช ประธานการประชุมทบทวนครั้งที่ ...