ประชากรผู้หญิงในประเทศอิรักทุกๆ 10 คน เป็นแม่ม่าย 1 คน 05/07/2016, บทความ / บล็อค ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาคมโลก คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) มีบทบาททางด้านมนุษยธรรมที่ชัดเจนใน ประเทศที่ประสบปัญหาจากภัยสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และเครื่องใช้ที่จำเป็นในยามฉุกเฉิน หรือช่วยเหลือทางด้าน การแพทย์ นั้นคือภาพที่ปรากฏในข่าวที่เราเห็นกันอยู่บ่อยๆ แต่หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วตอนที่สงครามสิ้นสุดลง ICRC ทำอะไรบ้าง อะไรคือมูลค่าหรือคุณประโยชน์ (added value) ที่ ICRC เพิ่มให้กับชุมชนนั้นๆ ถึงแม้กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ถอนกำลังออกจากประเทศอิรักตั้งแต่ปี 2554 แต่การสู้รบยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง อิรักต้องเผชิญกับปัญหาทางสังคมหลากหลายรูปแบบ หลากหลายขนาด โดยเฉพาะปัญหาด้านเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับความเป็นอยู่ของประชากร และความมั่นคงของประเทศ ตั้งแต่สงครามอุบัติขึ้นในปี 2003 เป็นต้นมา ประชากรหญิงทุกๆ 10 คนจะมีแม่ม่ายหนึ่งคน และตามธรรมเนียมอิรัก แม่ม่ายเหล่านี้ต้องไปอยู่กับครอบครัวสามีที่เสียไป และในหลายกรณีต้องตกระกำลำบากเพระาครอบครัวสามีเองก็ไม่สามารถที่จะคเลี้ยงดูแม่ม่าย และลูกๆของพวกเธอได้ หลายคนจากที่ไม่เคยทำงานต้องออกมาหางานเล็กๆน้อยๆทำบนท้องถนนของแบกแดด และถ้าโชคไม่ดีก็ตกเป็นเหยี่อผู้ประสงค์ร้าย มีองค์กรอิสระหลายองค์กรที่เข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยงกลุ่มนี้ ICRC เป็นหนึ่งในองค์กรที่มีการสนับสนุนผู้ประสบภัยสงครามอย่างต่อเนื่อง และเห็นผล (ไม่ใช่พูดอยู่อย่างเดียว) ไม่้ว่าจะเป็นการช่วยสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเช่น สถานพยาบาล หรือซ่อมแซมบำรุงระบบชลประทาน การช่วยเหลือแม่ม่ายก็เช่นกัน ICRC สนับสนุนให้แม่ม่ายมีกิจการเล็กๆ เป็นของตัวเองผ่านโครงการเศรษฐกิจครัวเรือน และอย่างที่เห็นในรายงานข่าวที่ทำโดยสถานีโทรทัศน์ฝรั่งเศษ-เยอรมัน Arte ด้านบน แม่ม่ายบางคนยังได้เข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องพิ่งเงินเยียวยา 150 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 4,500 บาท) ที่รัฐบาลอิรักให้ และนอกจากจะมีรายได้เพิ่ง พวกเธอยังได้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กลับคืนมา จากการที่สามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว แต่ก็มีอีกหลายครอบครัวที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ และนั่นคืองานสำคัญของ ICRC แบ่งปันบทความนี้ You should also read these articles 109 ปีที่แล้ว ICRC เยี่ยมผู้ต้องขังครั้งแรกในเอเชีย 05/07/2016, บทความ / บล็อค ภาพ-เชลยสงครามชาวอิตาเลี่ยนในประเทศอินเดียในค่ายเชลยสงครามหมายเลข 2 รวมกลุ่มเล่นดนตรี (ประมาณปี 1939-1945 ) เมื่อ 109 ปีที่แล้วในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1917 คณะกรรมการกาชาดระหว่างแระเทศ (ICRC) เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังในเอเชียครั้งแรกในเอเชีย ในครั้งนั้น คณะผู้แทน ICRC เข้าเยี่ยมเชลยสงครามในอินเดีย และพม่าซึ่งณ เวลานั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอังกฤษ โดยแบ่งเป็นค่ายกักขังในอินเดีย 6 ที่ และในพม่าอีก 3 ... ICRC ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในเมียนมาร์และบังคลาเทศ 11/09/2017, บทความ / บล็อค เจนีวา/เมียนมาร์/บังคลาเทศ-คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ยกระดับความช่วยเหลือประชาชนที่หนีภัยความรุนแรงในเมียนมาร์และบังคลาเทศ “ชุมชนทุกแห่งที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงกำลังเผชิญกับความยากลำบากซึ่ง ICRC มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยตรง” บอริส มิเชล ผู้อำนวยการ ICRC ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิคกล่าว ICRC ได้ขนส่งอาหารและน้ำดื่มสะอาดไปแจกจ่ายให้กับประชาชนกว่า 8 พันครัวเรือนตลอดแนวชายแดนเมียนมาร์และบังคลาเทศที่อพยพหนีภัยความรุนแรงในพื้นที่ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาและ ICRC ยังได้สนับสนุนการทำงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และเจ้าหน้าที่การแพทย์ของบังคลาเทศในพื้นที่อีกด้วย ทั้งนี้ ICRC ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับสภากาชาดเมียนมาร์ (Myanmar Red Cross), สภาเสี้ยววงเดือนแดงบังคลาเทศ ...
109 ปีที่แล้ว ICRC เยี่ยมผู้ต้องขังครั้งแรกในเอเชีย 05/07/2016, บทความ / บล็อค ภาพ-เชลยสงครามชาวอิตาเลี่ยนในประเทศอินเดียในค่ายเชลยสงครามหมายเลข 2 รวมกลุ่มเล่นดนตรี (ประมาณปี 1939-1945 ) เมื่อ 109 ปีที่แล้วในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1917 คณะกรรมการกาชาดระหว่างแระเทศ (ICRC) เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังในเอเชียครั้งแรกในเอเชีย ในครั้งนั้น คณะผู้แทน ICRC เข้าเยี่ยมเชลยสงครามในอินเดีย และพม่าซึ่งณ เวลานั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอังกฤษ โดยแบ่งเป็นค่ายกักขังในอินเดีย 6 ที่ และในพม่าอีก 3 ...
ICRC ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในเมียนมาร์และบังคลาเทศ 11/09/2017, บทความ / บล็อค เจนีวา/เมียนมาร์/บังคลาเทศ-คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ยกระดับความช่วยเหลือประชาชนที่หนีภัยความรุนแรงในเมียนมาร์และบังคลาเทศ “ชุมชนทุกแห่งที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงกำลังเผชิญกับความยากลำบากซึ่ง ICRC มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยตรง” บอริส มิเชล ผู้อำนวยการ ICRC ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิคกล่าว ICRC ได้ขนส่งอาหารและน้ำดื่มสะอาดไปแจกจ่ายให้กับประชาชนกว่า 8 พันครัวเรือนตลอดแนวชายแดนเมียนมาร์และบังคลาเทศที่อพยพหนีภัยความรุนแรงในพื้นที่ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาและ ICRC ยังได้สนับสนุนการทำงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และเจ้าหน้าที่การแพทย์ของบังคลาเทศในพื้นที่อีกด้วย ทั้งนี้ ICRC ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับสภากาชาดเมียนมาร์ (Myanmar Red Cross), สภาเสี้ยววงเดือนแดงบังคลาเทศ ...