มอเน่ทูเป็นชาวบ้านกะเหรี่ยง อาศัยอยู่ที่บ้านทีเตเล เมืองกอกะเร็ก รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามอำเภอพบพระ จังหวัดตากของไทย ยังชีพด้วยการทำนาและหาของป่าเลี้ยงครอบครัวภรรยาและลูก 3คนโดยคนสุดท้องอายุเพียง 2 ขวบและพิการตั้งแต่กำเนิด

ราวบ่ายโมงของวันที่ 22 ตุลาคม เหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เกิดขึ้นเมื่อมอเน่ทูเหยียบกับระเบิด(ที่ถูกวางไว้โดยกองกำลังไม่ทราบฝ่ายด้วยเหตุผลของการสู้รบกัน) ขณะที่เขาเข้าไปหาของป่าล่าสัตว์ยังป่าลึกนอกเขตหมู่บ้าน โดยได้รับบาดเจ็บสาหัส และกว่าที่ชาวบ้านจะช่วยแบกร่างของเขาออกนอกพ้นแนวป่าถึงทางก็ใช้เวลาถึง 13 ชั่วโมง ก่อนจะนำเขาใส่รถอีแต๋นเดินทางมายังแนวชายแดนไทย   บ้านวัลเล่ย์ ที่ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยตำรวจตระเวณชายแดนของไทยที่ทำการประสานงานให้ทางโรงพยาบาลพบพระนำรถมารับเขาไปทำการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน

แต่ด้วยที่เขาต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่า 25 ชั่วโมงก่อนถึงมือแพทย์ฝั่งไทยอาการบาดเจ็บและสภาพของบาดแผลของมอเน่ทูก็มากเกินขีดความสามารถของทางโรงพยาบาลพบพระจะทำการรักษาได้ เขาจึงถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลแม่สอดที่ซึ่งเขาต้องถูกนำเข้ารับการผ่าตัดทิ้งขาข้างหนึ่งไปเพื่อรักษาชีวิตของเขาไว้

เจ้าหน้าที่ของ ICRC เข้าเยี่ยมมอเน่ทูที่โรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก

เจ้าหน้าที่ของ ICRC เข้าเยี่ยมมอเน่ทูที่โรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก

เจ้าหน้าที่ICRC ที่ประจำอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ได้เดินทางไปประสานงานให้ความช่วยเหลือแก่มอเน่ทูที่โรงพยาบาลแม่สอดภายใต้โครงการ Weapon-Wounded Assistance ซึ่ง ICRC จะให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอันมีผลกระทบมาจากการสู้รบที่เข้ามารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลในประเทศไทย โดยจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นทั้งหมดรวมไปทั้งค่าใช้จ่ายการเดินทางให้แก่ครอบครัวที่จะมาเยี่ยมผู้ป่วยในฝั่งไทยอีกด้วย

ในกรณีของมอเน่ทูทาง ICRC ยังจะได้ให้ความช่วยเหลือด้านกายภาพบำบัดและขาเทียมภายหลังจากเขาออกจากโรงพยาบาลแม่สอดและพร้อมที่จะเดินทางไปรับขาเทียมยังศูนย์ฟื้นฟูทางกายภาพและทำขาเทียมของ ICRC ที่ตั้งอยู่ที่เมืองผาอัน ในรัฐ          กระเหรี่ยงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด